สำหรับคนที่มีธุรกิจอยู่แล้วคงอยากต่อยอดธุรกิจของตนเองให้ขยายใหญ่ขึ้น ด้วยการเปิดขาย “Product or Brand Franchisor” แต่ก็ใช่ว่าอยากจะทำก็จะทำกันได้ง่าย ๆ เพราะแฟรนไชส์ที่จะเติบโตอย่างแข็งแกร่งนั้น ต้องผ่านการวางรากฐานที่แข็งแรงด้วย เริ่มตั้งแต่วิธีคิด กระบวนการทำงานที่มีประสิทธิภาพ ถ้าหากว่าคุณคือบุคคลหนึ่งที่มีธุรกิจเป็นของตัวเองอยู่แล้ว แต่อยากขยายแฟรนไชส์จะต้องเริ่มต้นอย่างไร วันนี้ teawhaisanook ได้นำ 12 เทคนิค ในการพัฒนาธุรกิจของคุณให้กลายเป็นธุรกิจแฟรนไชส์ได้ง่าย ๆ จะมีเทคนิคไหนกันบ้าง? ตามไปดูกันเลยดีกว่าค่ะ

12 เทคนิค การพัฒนาธุรกิจที่มีอยู่ ให้กลายเป็นธุรกิจแฟรนไชส์

1.ประเมินความเป็นได้ของธุรกิจ

อย่าคิดว่าทุกธุรกิจสามารถทำเป็นแฟรนไชส์ได้ คิดจะขายแฟรนไชส์ก็ขายได้ทันที ธุรกิจที่จะทำเป็นแฟรนไชส์และขายสิทธิให้กับคนอื่นได้นั้น ต้องมีความพร้อมในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นที่นิยมชมชอบของลูกค้า เป็นที่ต้องการของตลาด เป็นกิจการที่มีผลกำไรมาแล้ว มีร้านสาขาอยู่บ้าง มีอายุธุรกิจนานพอที่จะสามารถนำเอาเทคนิคและรูปแบบบริหารมาถ่ายทอดให้ผู้อื่นได้ และมีการสร้างทีมงานที่มีความรู้เรื่องระบบแฟรนไชส์ ดังนั้น ก่อนที่คุณคิดจะนำธุรกิจไปขายแฟรนไชส์ ต้องมีการวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของธุรกิจ ว่ามีความพร้อมมากน้อยแค่ไหน อยู่ในระดับไหนแล้ว เพราะการขายแฟรนไชส์ต้องมีความพร้อม ถ้าไม่พร้อมก็จะเกิดปัญหาตามมามากมาย อาจต้องกลับไปเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ เรียกได้ว่าต้องวางรูปแบบของธุรกิจ กำหนด Concept ของธุรกิจให้คนรู้จัก ดึงดูดลูกค้าได้

12 เทคนิค การพัฒนาธุรกิจที่มีอยู่ ให้กลายเป็นธุรกิจแฟรนไชส์

2.สร้างธุรกิจให้โดนใจลูกค้า

ธุรกิจของเราต้องครองใจลูกค้าให้ได้เสียก่อน ถ้าธุรกิจเรายังไม่ใช่สำหรับลูกค้า มันก็ยังคงไม่เพียงพอที่จะดึงลูกค้าเข้ามาในร้าน การที่จะขยายสาขาแฟรนไชส์ต่อไปได้นั้นเราต้องได้ใจของลูกค้าด้วย การสร้างธุรกิจที่ได้ใจลูกค้าจึงเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าทำได้ถูกต้องเราก็ไม่ต้องกลัวว่าต่อไปจะพลาด อย่าให้เราต้องเสียเวลาต้องกลับมาแก้ไขปัญหาภายหลัง คงไม่ใช่เรื่องดีสักเท่าไหร่ 

3.การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า

สิ่งหนึ่งที่สำคัญในการทำธุรกิจแฟรนไชส์ ก็คือ การจดสัญลักษณ์หรือเครื่องหมายการค้า (ตราสินค้า) เมื่อให้สัญญาแฟรนไชส์แก่ผู้ซื้อแฟรนไชส์แล้ว สัญลักษณ์หรือเครื่องหมายการค้า ก็จะถูกผู้ซื้อแฟรนไชส์นำไปใช้ดำเนินธุรกิจด้วย พร้อมกับการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพดี หรือมาตรฐานที่ดีของการให้บริการที่จะต้องควบคู่ไปพร้อมกับ การดำเนินธุรกิจดังกล่าวนั้นด้วย    

4.การสร้างร้านต้นแบบแฟรนไชส์

 การสร้างร้านต้นแบบขึ้นมา ก็เพื่อนำมาศึกษาหาข้อดีข้อเสียของธุรกิจที่คุณกำลังทำ ว่ามีความสามารถเพียงใด ต้องใช้ค่าใช้จ่ายในการจัดตั้งเท่าใด ระบบการขายอย่างไร ระบบเก็บเงินอย่างไร หลายๆ อย่างจะได้จากร้านต้นแบบ แต่ถ้าคุณมีร้านอยู่แล้ว ก็ต้องสร้างระบบควบคุมให้รัดกุม และ เป็นระบบที่สามารถกระจายการทำได้อย่างมีหลักมีเกณฑ์

12 เทคนิค การพัฒนาธุรกิจที่มีอยู่ ให้กลายเป็นธุรกิจแฟรนไชส์

5.สร้างระบบการจัดการ และการอบรม

เจ้าของธุรกิจที่จะทำแฟรนไชส์ จะต้องสร้างระบบการปฏิบัติงาน และการฝึกอบรม หรือ ถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่ผู้ซื้อแฟรนไชส์ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ผู้ที่ซื้อแฟรนไชส์ไปเปิดร้านจะต้องปฏิบัติตามได้อย่างถูกต้อง ทั้งการผลิต การขาย การจัดการ เป็น ดังนั้น การอบรม จึงเป็นวิธีการพื้น ๆ แต่ได้ผลในการทำให้ระบบงานทั้งระบบเป็นไปในทิศทางเดียวกัน           

6.การเขียนสัญญาแฟรนไชส์

เจ้าของธูรกิจที่จะทำแฟรนไชส์ จะต้องมีการเขียนสัญญาแฟรนไชส์ เพื่อเป็นแนวทางให้แฟรนไชส์นำไปปฏิบัติ ซึ่งจะเป็นกฎปฏิบัติของแฟรนไชส์ซอร์และแฟรนไชส์ซี ว่าจะต้องทำอะไรบ้าง และห้ามทำอะไรบ้าง ใครไม่ปฏิบัติตามสัญญาก็สามารรฟ้องร้องกันได้ตามกฎหมาย เจ้าของธุรกิจอาจจะต้องจ้างทนาย หรือผู้เชี่ยวชาญในการร่างสัญญานี้ขึ้นมา

7.การจัดหาแหล่งผลิตวัตถุดิบ

เมื่อขายแฟรนไชส์ได้แล้ว เจ้าของแฟรนไชส์จะต้องทำหน้าที่จัดส่งวัตถุดิบในการผลิตสินค้าให้กับผู้ซื้อแฟรนไชส์ด้วย ดังนั้น ก่อนที่จะขายแฟรนไชส์ เจ้าของธุรกิจจะต้องหาแหล่งผลิตวัตถุดิบ หรือซัพพลายเออร์ต่าง ๆ ที่มีคุณภาพ ที่สำคัญการจัดซื้อวัตถุดิบจากแหล่งใดก็ต้องหา Supplier ที่สามารถควบคุมคุณภาพให้เราได้ด้วยเช่นกัน

8.ตั้งราคาขายวัตถุดิบให้แฟรนไชส์ซี

ราคาวัตถุดิบที่จะขายนั้น ควรจะเป็นราคาที่ไม่สูง หรือ ต่ำจนเกินไป ต้องรับรู้ว่าจริง ๆ แล้ว เราต้องการสิ่งเหล่านี้ไปโดยตลอด เป็นรายได้หลักของเราที่จะเข้ามาทุกวัน หากคุณภาพและราคาไม่เหมาะกันแล้ว คุณอาจจะเสียลูกข่ายไปได้ง่าย ๆ

12 เทคนิค การพัฒนาธุรกิจที่มีอยู่ ให้กลายเป็นธุรกิจแฟรนไชส์

9.การวางแผนด้านการตลาด

การวางแผนการตลาดที่จะสนับสนุนการยอมรับตราสินค้าได้อย่างดี ทั้งด้านการสร้างตราธุรกิจ การสร้างลูกค้าที่เป็นผู้บริโภค รองรับการขยายของธุรกิจที่มีสาขามากขึ้น การตลาดที่ว่านี้ จะต้องรวมถึงการนำเสนอธุรกิจให้กับนักลงทุนได้อย่างดี น่าสนใจมากพอ ผู้ที่เป็นลูกค้าประจำของเราเองก็อาจจะ มีโอกาสที่จะกลายมาเป็นแฟรนไชส์ซีของเราต่อมาก็ได้

10.วิเคราะห์และวางแผนทางการเงิน

ร้านต้นแบบจะเป็นตัวช่วยในการวางโครงสร้างทางการเงิน เช่น ถ้าการเปิดแฟรนไชส์ 1 แห่ง จะมีรายละเอียดในการลงทุนอย่างไร มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง จุดคุ้มทุนจะอยู่ที่ลูกค้ากี่คน ยอดขายที่จะคุ้มค่าใช้จ่ายต่อเดือนอยู่ที่ตัวเลขประมาณเท่าไหร่ และเป้าหมายควรมีลูกค้าขั้นต่ำเท่าไหร่ โอกาสที่จะได้เงินลงทุนคืนประมาณกี่ปี และคุ้มไหมที่ผู้ซื้อแฟรนไชส์จะมาลงทุนทำธุรกิจนี้ ร้านต้นแบบจะทำให้ได้ภาพที่ชัดขึ้น และมีตัวเลขที่เข้าใกล้ความเป็นจริงที่จะเกิดขึ้น ซึ่งส่วนนี้จะมีความสำคัญต่อการกำหนด การเก็บค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์ (Franchise Fee) และค่าธรรมเนียมรายเดือน (Royalty Fee) ด้วย

11.สร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก

หากคุณคิดจะทำธุรกิจให้เป็นแฟรนไชส์ ต้องลองสำรวจตลาดก่อนว่า แบรนด์สินค้าและบริการธุรกิจของคุณเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปหรือไม่ ถ้าคนไม่รู้จัก ธุรกิจคุณก็ไม่สามารถขายแฟรนไชส์ได้ แบรนด์จะเป็นหน้าตาของธุรกิจคุณ เมื่อขายให้แฟรนไชส์ซีไปแล้วแบรนด์นั้นก็จะติดไปด้วย ถ้าลูกค้ารู้จักแบรนด์คุณมาก่อน ก็จะทำให้แฟรนไชส์ซีขายสินค้าได้เหมือนกับคุณ ไม่ว่าจะไปตั้งร้านอยู่ที่ไหนก็ตาม นั่นก็จะสร้างความมั่งคงกลับมาให้กับธุรกิจคุณด้วย

12 เทคนิค การพัฒนาธุรกิจที่มีอยู่ ให้กลายเป็นธุรกิจแฟรนไชส์

12.จัดทำคู่มือปฏิบัติการแฟรนไชส์

ระบบแฟรนไชส์จำเป็นต้องมีคู่มือการดำเนินธุรกิจที่เป็นมาตรฐานเดียวกันกับร้านต้นแบบ คู่มือดังกล่าวจะเป็นไกด์หรือรูปแบบการบริหารธุรกิจ ที่คุณจะถ่ายทอดประสบการณ์ทางธุรกิจที่มีมานานให้แก่ผู้อื่น ผู้ซื้อแฟรนไชส์จะต้องปฏิบัติตามทุกอย่าง คู่มือนี้จะสามารถควบคุมให้การบริหารงานในระบบแฟรนไชส์ได้ง่ายและราบรื่นขึ้น ไม่ว่าคุณจะขายแฟรนไชส์กี่สาขา ทุกสาขาก็จะยึดแนวทางการบริหารธุรกิจและบริการในรูปแบบเดียวกัน

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ กับ 12 เทคนิคที่จะสามารถพัฒนาธุรกิจของคุณให้กลายเป็นธุรกิจแฟรนไชส์ได้อย่างประสบความสำเร็จ หากคุณเป็นคนหนึ่งที่มีความฝัน ก็จงลงมือทำตามความฝันของคุณให้เป็นจริง แต่อย่างไรก็ตามควรมีการวางแผน เพื่อให้ธุรกิจแฟรนไชส์ของคุณต่อยอดให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน

อ่านบทความเกี่ยวกับ เที่ยวทั่วไทยผจญภัยทั่วโลก ข้อมูลการท่องเที่ยวแบบครบถ้วน ที่นี้เท่านั้น